การมีเลือดปนออกมากับอุจาระ หมายถึงการที่ทางเดินอาหารส่วนต้น (Upper gastrointestinal diseases) แต่ก็มีโรคอื่นๆ ที่อาจทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารได้ โดยที่ไม่ได้มีความผิดปกติในทางเดินอาหาร เช่น มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด, กินเลือดเข้าไป ฯลฯ อุจจาระที่มีเลือดปนจะสังเกตุได้จากการที่อุจจาระมีสีดำ, เป็นมันเหนียว, มีกลิ่นคาวเลือด ส่วนการพบเลือดสดออกมากับอุจจาระ มักมาจากลำไส้ใหญ่หรือลำไส้ตรงส่วนปลาย
ต้องแน่ใจว่าสัตว์ไม่ได้กินเลือดเข้าไปจาก การมีเลือดออกในปาก, เลียเลือดจากแผล, กลืนเลือดที่ออกจากจมูก หรือทางเดินหายใจเข้าไป
สาเหตุ
ของการถ่ายมีเลือดปนมีมากมาย ที่พบเป็นสาเหตุมากที่สุด คือมีแผลในทางเดินอาหาร ทำให่มีเลือดออกมาจำนวนมาก สาเหตุอื่นๆที่ทำให้มีเลือดในทางเดินอาหาร เช่น
มีการติดเชื้อทั้งจากพยาธิ,ไวรัส ,แบคทีเรีย หรือเชื้อรา เป็นต้น
มีการระคายเคืองในทางเดินอาหาร เช่น ได้รับยาที่ระคายเคืองกับทางเดินอาหาร เช่น ยาแก้ปวดหรือยาประเภทสเตียรอยด์
มีแผลในทางเดินอาหาร หรือมีการหลุดลอกของเยื้อบุทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น กระเพาะบิด,โรคลมแดด(heat stroke), ติดเชื้ออย่างรุนแรงของร่างกาย , มีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินปกติ , ช๊อค , ภูมิแพ้ขั้นรุนแรง ( ANAPHYLAXIS ) หรือมะเร็งในทางเดินอาหาร
มะเร็งหรือสิ่งแปลกปลอม ในทางเดินอาหารทำให้อุจจาระมีเลือดปนได้
โรคที่ทำให้เกิดจากการอักเสบของผนังของทางเดินอาหาร เช่น โรคทางเดินอาหารปรวนแปรจากภูมิต้านทาน ( inflammatory bowel disease )
โรคถ่ายเป็นเลือด ( hemorrsagig gastroenteritis ) เป็นกลุ่มอาการที่อาจพบเลือดปนออกมากับอุจจาระได้ สาเหตุยังไม่ทราบ แต่มักเกิดอย่างเฉียบพลัน โดยพบอาการท้องเสีย และถ่ายเป็นเลือดสดๆ ร่วมกับอาการอาเจียนมีเลือดปน
ทางเดินอาหารขาดเลือด ( gastrointestianl ischemia ) เนื่องจาก ช๊อค , กระเพาะ, ลำไส้เกิดกัน , หรือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงทางเดินอาหารอุดตัน , ทำให้ทางเดินอาหารส่วนนั้นตาย และเลือดออก
พิษของโลหะหนัก เช่น สารหนู , ตะกั่ว, และสังกะสี เป็นสาเหตุของการ มีเลือดปนในอุจจาระ
อาการ
เจ้าของสัตว์สังเกตุว่ามีอุจจาระปนเลือดได้จาก
อุจจาระมีสีเข้ม ไปจนถึงเกือบดำสนิท
ท้องเดิน
อาเจียน
เหงือกซีด หรือลิ้นไม่เป็นสีชมพู
มีเลือดออกในบริเวณอื่น
น้ำหนักลด
เบืออาหาร
ดื่มน้ำมากและปัสสาวะมาก
การวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยโรคทุกครั้งต้องมีการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุด ร่วมกับการตรวจร่างกายอื่น
ตรวจนับเม็ดเลือด (cbc) เพือดูว่ามีการติดเชื้อ ในทางเดินอาหารหรือไม่ และถ้าสัตว์มีภาวะเลือดจาง ก็จะทราบได้จากการตรวจนับเม็ดเลือด
ตรวจอุจจาระเพือดูไข่พยาธิ อาจนำอุจจาระไปเพาะหาเชื้อในบางรายที่สงสัย
ฉายภาพรังสีช่องท้อง เพื่อดูว่ามีเลือดหรือมะเร็งการจายในช่องท้อง หรือมีสิ่งแปลกปลอมที่สัตว์กินเข้าไป เช่น ลูกบอล, โซ่, สร้อยคอ ฯลฯ
การตรวจอื่นๆ อาจมีความจำเป็นในบางรายเท่านั้น เช่น
ตรวจเลือดเพื่อดูโรคติดเชื้อที่สงสัย
การรักษา
ระหว่างการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ ซึงอาจกินเวลานาน สัตว์แพทย์จะทำการรักษาตามอาการไปก่อน เพื่อไม่ให้อาการทรุดลง
สิ่งที่ต้องทำในการรักษาเบื้องต้นคือ การงดน้ำและอาหาร โดยเฉพาะในรายที่มีอาการอาเจียน เพื่อให้ทางเดินอาหารได้พักและมีเวลาในการฟื้นตัวเองของเยื่อบุทางเดินอาหาร เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นค่อยเริ่มให้อาหารเหลวหรืออาหารที่ปั่นละเอียด โดยเริ่มให้ทีละน้อยก่อน
ให้สารน้ำทดแทน โดยอาจให้ใต้ผิดหนังหรือเข้าหลอดเลือดดำ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ, ให้ความสมดุลของเกลือแร่ และแก้ไขภาวะผิดปกติของเกลือแร่ที่อาจเกิดขึ้น
ในรายที่เสียเลือดมากหรือเกิดภาวะโลหิตจางอาจพิจารณาให้เลือด
ให้ยาลดกรด เช่น Cimetidine, Famotidine, ranitidine หรือ omeprazole เพือรักษาแผลในทางเดินอาหาร
ให้ยาเคลือบกระเพาะและทางเดินอาหาร เพื่อป้องกันทางเดินอาหารและจับกับสารที่ทำอันตรายทางเดินอาหาร หลียเลี่ยงสารประกอบที่มีบิสมัทซึ่งมักมีในยาเคลือบกระเพาะ เนื่องจากจะทำให้อุจจาระมีสีดำ ทำให้สับสนกับการที่มีเลือดในอุจจาระ
การดูแล
การรักษาต้องอาศัยความร่วมมือของเจ้าของและสัตว์เลี้ยง
เจ้าของควรให้ยาสัตว์ได้ตามที่สัตวแพทย์ได้ทราบ
หยุดยาที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับทางเดินอาหารทันที เช่น ยาแก้ปวดหรือสเตียรอยด์ กลับไปหาสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจซ้ำตามนัด